Latest Post

Fiction Thai How to Write a Good Fiction Thai Story

เว็บดูอนิเมะ

เว็บดูอนิเมะ อะนิเมะเป็นคำที่ใช้โดยผู้ที่อาศัยอยู่นอกประเทศญี่ปุ่นเพื่ออธิบายการ์ตูนหรือภาพเคลื่อนไหวที่ถูกผลิตขึ้นในญี่ปุ่น การใช้คำในการเสวนาภาษาอังกฤษเป็นหลักเหมือนกับการชี้แจงสิ่งต่างๆตัวอย่างเช่นการ์ตูนญี่ปุ่นหรือภาพยนตร์แอนิเมชั่นหรือการแสดงจากญี่ปุ่น คำนี้เป็นเพียงแต่ศัพท์ภาษาญี่ปุ่นสำหรับการ์ตูนหรือภาพเคลื่อนไหวและในญี่ปุ่นมีการใช้คำอธิบายการ์ตูนทั้งปวงโดยไม่นึกถึงประเทศแหล่งกำเนิด ยกตัวอย่างเช่นชาวญี่ปุ่นจะระลึกถึง Sailor Moon และก็ Disney’s Frozen เป็นอีกทั้ง anime ไม่ใช่เป็นสองจำพวกที่แตกต่างกันจากจำพวกต่างๆ ดูการ์ตูนออนไลน์ คลิก เว็บดูอนิเมะ

คุณออกเสียงอะนิเมะได้อย่างไร?

การออกเสียงอะนิเมะภาษาญี่ปุ่นที่ถูกเป็น a-ni-me ที่มีเสียงราวกับ ศิลปะ (แม้ว่าจะสั้นกว่าบางส่วน) พรรณี ออกเสียงราวกับ พรรณี ใน นิค และ ฉัน ถูกบอกราวกับ ฉัน ในที่ ได้เจอ อะนิเมะพูดว่าโดยภาษาอังกฤษพื้นเมือง แต่ว่าจะแตกต่างกันน้อยกับเสียงเสมือน มด , พรรณี ออกเสียงเสมือน พรรณี ใน Nick (เหมือนกันกับญี่ปุ่น) รวมทั้งกับ ฉัน ถูกกล่าวเป็นต้นว่าเดือน เดือนพฤษภาคม ในระหว่างที่แฟนคลับชาวอะนิเมะชาวต่างชาติส่วนมากรู้ถึงการออกเสียงที่ไม่ถูกต้องของพวกเขาจำนวนมากเลือกที่จะถือมั่นในประเด็นนี้เนื่องจากว่าพูดได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่าและก็เป็นเพราะว่าการออกเสียงที่ใช้โดยธรรมดา (นอกประเทศญี่ปุ่น) คล้ายกับว่าทุกคนรู้จักแนวทางที่ถูกสำหรับเพื่อการพูด กรุงปารีส (เงียบ) แต่เลือกที่จะยึดติดกับการออกเสียงภาษาอังกฤษแบบดั้งเดิม (strong s )

มีหนังสือการ์ตูนอะนิเมะไหม?

อะนิเมะเป็นภาพเคลื่อนไหวเท่านั้น ไม่มีอะไรเป็นหนังสือการ์ตูนอะนิเมะ หนังสือการ์ตูนประเทศญี่ปุ่นซึ่งสร้างแรงผลักดันให้กับ ภาพยนตร์อะนิเมะและภาพยนตร์หลายเรื่อง มีอยู่จริงอย่างไรก็ดีเหล่าแฟนหนังที่ไม่ใช่ประเทศญี่ปุ่นเรียกว่า Japanese manga (ซึ่งก็คือหนังสือการ์ตูน) คล้ายกับการ์ตูนอะนิเมะคำว่ามังงะใช้ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อชี้แจงหนังสือการ์ตูนทั้งผองไม่ใช่แค่การ์ตูนจากญี่ปุ่นแค่นั้น สิ่งที่น่าสนใจคือการ์ตูนคำในภาษาอังกฤษใช้ในญี่ปุ่นเพื่อชี้แจงหนังสือการ์ตูนประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งหนังสือการ์ตูนต่างประเทศ

อะนิเมะถูกสำหรับเด็ก?

อะนิเมะมิได้ทั้งสิ้นเหมาะกับเด็ก แต่เล็กน้อยของมันคือ มีอะนิเมะซีรีส์และภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นสำหรับกลุ่มอายุทั้งหมดที่มีซีรีส์เช่นโดราเอมอนแรงผลักดันแล้วก็การกำหนดวัตถุประสงค์ Pokemon อายุต่ำลงมากยิ่งกว่าเจ็ดปีแล้วก็ผู้อื่นเช่นการจู่โจมไททันเทพธิดารวมทั้งที่นารูโตะ Shippuden ถูกสร้างขึ้นเพื่อเย้ายวนใจความสนใจของวัยรุ่นและก็คนสูงอายุ . พ่อแม่ควรจะได้รับคำตักเตือนว่ามีภาพยนตร์อะนิเมะรวมทั้งซีรีส์ที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะสำหรับคนแก่รวมทั้งภาพยนตร์โป๊อะนิเมะอย่างใหญ่โตในอุตสาหกรรมที่ก่อตั้ง ผู้ปกครองและผู้ดูแลควรตรวจทานการให้แต้มของการแสดงก่อนจะปลดปล่อยให้เด็กดู

แนวทางที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับในการดูอะนิเมะเป็นอย่างไร?

ภาพยนตร์อะนิเมะแล้วก็ภาพยนตร์ชอบถ่ายทอดในช่องโทรทัศน์มากไม่น้อยเลยทีเดียวทั่วทั้งโลกแล้วก็ยังมีให้ซื้อในแบบ DVD รวมทั้ง Blu-ray บริการสตรีมมิ่งหลายชนิดอย่างเช่น Hulu แล้วก็ Amazon Video ยังให้ผู้ใช้บริการอนิเมชั่นไม่น้อยเลยทีเดียวในขณะ Netflix ได้ลงทุนอย่างมากในชนิดอะนิเมะรวมทั้งมีสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับ Glitter Force Netflix กำลังในการผลิตภาพยนตร์อนิเมชั่นแล้วก็ซีรี่ส์ในประเทศญี่ปุ่นหลายฉบับเพื่อเผยแพร่ทั้งโลกบนแพลตฟอร์มของ บริษัท มีค่อนข้างน้อยบริการสตรีมมิ่งที่มุ่งเน้นเฉพาะในอะนิเมะกับ Crunchyroll , FUNimation รวมทั้ง AnimeLab เป็นสามที่นิยมสูงที่สุด แต่ละแอปมีแอปอย่างเป็นทางการสำหรับเพื่อการสตรีมเนื้อหาที่สามารถดาวน์โหลดได้จากสมาร์ทโฟนคอนโซลวิดีโอเกมแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์และก็ สมาร์ททีวี บริการสตรีมมิ่งแบบอะนิเมะทั้งสามนี้ยังมีตัวเลือกการดูโปรโมทฟรีหรือการทดสอบใช้ฟรี 30 วัน

10 หนังอนิเมะ “น่าดู” เสนอแนะว่า ไม่สมควรพลาด!

1. A Letter to Momo (จดหมายถึงโมบด) , 2012

มากันที่หนังอนิเมะสไตล์ ญี่ปุ๊นน..ญี่ปุ่น! เบาสมอง ที่ผสมอีกทั้งเรื่องมิตรภาพ ความรักในครอบครัว และภูตผีปีศาจ เข้าไว้ร่วมกัน โดย ผู้กำกับการ ยูกิฮิโระ โอคิอุระ (Yukihiro Ayaka) ที่ใช้เวลาทำกว่า 7 ปี แต่ว่าก็ปัดกวาดรางวัลมาแล้วมากมายก่ายกอง ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กผู้หญิงที่มีเรื่องมีราวราวไม่รู้เรื่องกับแม่ที่ย้ายกลับไปอยู่บ้านกำเนิด แล้วเธอเกิดดันมองเห็นผีเข้า แถมยังจมอยู่กับปริศนาข้างหลังพบว่าพ่อบากบั่นเขียนจมหมายสื่ออะไรบางอย่างถึงเธอ คือแม้ว่าจะเป็นอนิเมชั่นเรื่องเอื่อยๆที่ไม่ได้ตื่นเต้นขั้นหนักหรือคิดหนักอะไรนัก แต่ก็ด้วยความเบาสมองแล้วก็ความน่ารักของผู้แสดง(แปลกๆ) ตลอดจนความซาบซึ้งจากแง่คิดเรื่องครอบครัว เอออออ… มันคุ้มค่าที่จะดูให้ยิ้มไปพร้อมน้ำตาดีนะ

2. Wolf Children Ame and Yuki (คู่จี๊ดชีวิตอัศจรรย์) , 2012

มากันที่อนิเมชั่นดีๆซึ้งๆสุดงาม ที่จะทำให้พวกเรา “รักแม่” มากขึ้นไปอีกหัวข้อนี้ เกี่ยวกับเรื่องราวในแต่ละช่วงชีวิตครอบครัวของหญิงสาวจิตใจดี ที่ได้เจอรักกับมนุษย์สุนัขป่า จนถึงมีท้องรวมทั้งมีลูกๆซึ่งต่างก็เป็นลูกครึ่งสุนัขป่าแสนแก่นแก้ว โดยประเด็นนี้เว้นแต่เราจะได้เห็นภาพความรักรวมทั้งการต่อสู้กับชะตากรรมชีวิตด้วยรอยยิ้ม ที่เป็นต้นแบบแม่ที่ดีให้กับลูกๆของหญิงสาวตัวเอกของเรื่องแล้ว ความซาบซึ้งและก็ความรู้สึกอบอุ่นยังมาเต็มตลอดเรื่อง จนเผลอยิ้มแล้วก็อยากเสนอแนะต่อเลยล่ะ

3. The Garden of Words (ยามฝนโรย) , 2013

กลับมาที่ผลงานสุดชุ่มฉ่ำแล้วก็งานภาพเฉียบขาดของ อ.คุ้นชินไค อีกครั้ง เกิดเรื่องราวความรักต่างวัยของเด็กวัยรุ่นกับหญิงสาวคนหนึ่ง ในบรรยากาศของฝนโรย(ตามชื่อเรื่อง)ของการเปลี่ยนผ่านฤดู ซึ่งมาพร้อมกับความดราม่า ในห้วงอารมณ์รัก ที่ไม่ค่อยจะสมหวัง แถมยังต้องปกปิดและรอคอย เป็นเราจะได้สัมผัสความอึดอัดจากความรู้สึกที่มีในใจของชายหนุ่มที่มีตลอดเรื่อง ไปพร้อมๆกับความสวยของความรักหลังฝนของพวกเขา เป็นงานที่มีการเปรียบเทียบอย่างถ่องแท้ตามสไตล์ อ.เคยชินไค เหมือนเคย คนไหนถูกใจอารมณ์โดยประมาณนี้ น่าจะหลงรักและก็ปวดตับไปพร้อมๆกัน

4. Rain in the Sunshine , 2013

มาที่หนังอนิเมชั่นเรื่องสั้นๆโดยสตูดิโอที่มีสไตล์ลายเส้นน่ารักน่าเอ็นดูรวมทั้งดูสบายตาอย่าง Studio Colorido เรื่องนี้ ได้ผลสำเร็จงานที่เดินเรื่องง่ายๆไม่ซับซ้อน กล่าวถึงเรื่องราวความรักแบบวัยรุ่นของเด็กผู้ชายขี้อายที่มีต่อเด็กสาว ซึ่งความสะดุดตาของผลงานชิ้นนี้ก็อยู่ตรงจินตนาการสวยๆที่ใส่ลงไปในโลกของเด็กผู้ชายระหว่างที่เขาทำหรือพากเพียรทำอะไรสักอย่างเป็นหากแม้จะไม่ใช่ผลงานหนังอนิเมชั่นเรื่องยาว แต่ว่าประสิทธิภาพงานภาพ รายละเอียด รวมทั้งเพลงประกอบ(ที่เพราะเหตุว่าแล้วก็ความหมายดี) จากอนิเมชั่นหัวข้อนี้ จัดว่าคุ้ม และมีคุณค่าแก่การสละเวลาแค่ไม่ถึงครึ่ง ชม. มาดูมากๆ

5. AnoHana The Movie (ดอกไม้ มิตรภาพ รวมทั้งความทรงจำ) , 2013

มากันที่หนังอนิเมชั่นซึ้งๆเกี่ยวกับเรื่องราวมิตรภาพแล้วก็สายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ที่ถึงแม้ความห่างหรือการจากลาก็ไม่อาจจะกันกำแพงต่อพวกเขาได้ โดยหลังจากคนจำนวนไม่น้อยที่ติดตามตั้งแต่ฉบับซีรีย์อนิเมชั่นได้เห็นการต่อสู้ต่อเงื่อนในใจรวมทั้งความเพียรพยายามเพื่อเพื่อนพ้องของพวกเขาแล้ว ตัวหนังก็ยังมีการเสริมเติมเนื้อหาปัจจุบันนี้ของผู้แสดงลงไป ให้ทั้งคนที่เป็นแฟนเมะเก่าได้รู้เพิ่ม แถมแฟนเมะใหม่ก็สามารถทำความเข้าใจและก็จับใจได้ง่ายๆเหมือนกัน ดังนี้คนใดกันแน่ต้องการอินมากยิ่งกว่าเดิม แนะนำว่าไปหามองฉบับซีรีย์อนิเมชั่นความยาว เพียง 11 ตอนจบได้ บอกเลยว่า เนื้อหาซึ้งอย่างอัดแน่น ชักชวนติดตาม แล้วก็พี้คมาก!!!

6.The Wind Rises (ปีกที่ฝัน วันที่รัก) , 2013

มาที่หนังอนิเมชั่นแนวดราม่าอิงประวัติศาสตร์ ที่กล่าวถึง “ความฝันแล้วก็ความรัก” จาก สตูดิโอจิบลิ ซึ่งได้ผลสำเร็จการงานควบคุมเรื่องท้ายที่สุดของ อ.ฮายาโอะ ไม่ยาซากิ (Hayao Miyazaki) ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขจากอัตประวัติของ ดร.จิโร โฮริโกชิ ผู้สร้างเครื่องบินรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องราวของเด็กผู้ชายที่มีเป้าหมายอยากเป็นนักบิน ที่ต่อสู้ด้วยความพยายามจนถึงศึกษาค้นพบว่าตนเองต้องการเป็นวิศวกรสร้างเครื่องบินรวมทั้งทำได้เสร็จ ซึ่งตลอดเรื่องก็มีอีกทั้งสมหวังและก็ผิดหวังเคล้าคนกันไป ในสไตล์ลายเส้นที่สะท้อนความนึกคิดมุมมองวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมแบบจิบลิ คือ แม้ว่าจะมีความดราม่าที่อาจมิได้มอบความเพลิดเพลินจนกระทั่งปลาบปลื้มใจเท่าไรนัก แต่ว่าแม้ผู้ใดกันแน่รู้สึกชื่นชอบการเสพความอาร์ต ในผลงานคุณภาพ ประเด็นนี้ถือว่าขอแนะนำ

7. When Marnie Was There (ฝันของฉันต้องมีคุณ) , 2014

กลับมาที่ผลงานจากสตูดิโอจิบลิอีกที และหวังว่าจะไม่ได้สำเร็จงาน(โดยตรง)เรื่องสุดท้ายจากสตูดิโอนี้ เกี่ยวกับเรื่องราวความเกี่ยวข้องของเด็กสาวสองคน ที่ผูกโยงเกี่ยวพันกับบ้านร้างแห่งหนึ่งชายทะเลสาบ เป็นอนิเมชั่นที่นอกจากจะมีภาพทิวทัศน์วิวสวยงามได้อารมณ์แล้ว ยังสะท้อนความเหว่ว้าประสานไปกับความอบอุ่นได้อย่างอ่อนโยน ทั้งยังมีการดำเนินเรื่องซึ่งสามารถสร้างความซาบซึ้งที่ปลื้มปิติจนเรียกน้ำตาผู้ชมได้ ดูจบแล้วจำเป็นต้องซาบซึ้งใจ แล้วก็เคลิ้มไปกับเพลงประกอบเพราะว่าๆแน่นอน

8. The Case of Hana & Alice (ฮานะ & อลิซ ปัญหาสถานที่เรียนหลอน) , 2015

มากันที่อนิเมชั่นลายเส้นอาร์ตๆเทคนิคการเคลื่อนไหวคลาสสิกๆที่ถอดลายเส้นคาแร็กเตอร์มาจากฉบับภาพยนตร์คนแสดง เมื่อ 10 กว่าปีกลาย ว่าด้วยเรื่องราวมิตรภาพที่แสนอบอุ่นแล้วก็ทำให้ทุกคนยิ้มได้ กับการตามสืบฆาตเกลื่อนกลาดรรมปริศนาของเด็กผู้หญิงนักเรียนใหม่ที่พึ่งย้ายมา กับเพื่อนใหม่ที่จะมาช่วยไขปมปริศนา ซึ่งอยู่ข้างบ้านเธอ โดยความสะดุดตาของผลงานชิ้นนี้ เว้นเสียแต่ภาพสวยแล้วก็เทคนิคอนิเมชั่นไม่มีใครเหมือนที่กล่าวไปช่วงต้นแล้ว นี่ยังได้ผลงาน feel good ละเมียดละไม ที่มาพร้อมเพลงประกอบเพราะๆเหมาะกับคนไหนที่ต้องการดูอะไรที่จะทำให้โลกสดใสสักเรื่อง

9. The Boy and the Beast (ลูกศิษย์มหัศจรรย์กับอาจารย์ประเภทอสุรี) , 2015

ต่อจาก Summer Wars ผลงานที่แฟนคลับของ ผู้กำกับการ มาโมรุ โฮโซดะ จากสตูดิโอ Madhouse รอคอยเยอะที่สุด ก็ดูเหมือนจะเกิดเรื่องนี้ ที่เพียงเห็นภาพก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์แบบ Summer Wars เข้าไปอย่างจัง แต่ว่าเรื่องราวจะดำเนินไปเรียบง่ายกว่า และไม่ซับซ้อนเท่า เป็นการพูดถึงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ได้เป็นศิษย์ของหมีนักดาบพูดเหิมใจนักเลง ในดินแดนที่เต็มไปด้วยเหล่าสัตว์และก็จำต้องเผชิญกับการดูถูกดูแคลนจนกระทั่งพัฒนาตนเองขึ้นมาจนกล้าหาญได้ คือ ไม่ใช่แค่งานภาพ แต่ความเพลิดเพลินที่เชื้อเชิญติดตามตลอดเรื่อง กับความซาบซึ้งใจแบบลูกผู้ชาย มันทำให้ชนะใจผู้คนจำนวนมากได้ดีจริงๆสรุปสั้นๆเป็น ก็บันเทิงใจดีนะ!

10. Your Name. , 2016

ปิดท้าย.. ผู้เขียนขอมอบพื้นที่ให้กับผลงานหนังอนิเมชั่นเรื่องใหม่จาก อ.เคยชินไค ที่ปี 2016 หัวข้อนี้ คือ เพียงแค่บอกชื่อผู้กำกับก็สามารถยืนยันผลงานของเขา (ที่มีสิทธิ์ซึ้งจนกระทั่งปวดตับ) ได้อย่างดีเยี่ยม ดังนี้ถึงแม้ตอนนี้ (26/05/59) จะยังไม่ออกฉายก็ตาม แต่ด้วยงานภาพที่มีมาตรฐานสูงเป็นทุนเดิม จากคุณลักษณะงานที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์เรื่องได้เพียงสัมผัสด้วยตา หรือในส่วนของคาแร็กเตอร์ที่ได้นักวาดจากเรื่อง AnoHana มาร่วมออกแบบ หรือแม้กระทั่งเพลงประกอบฟังสนุกสนาน โอววว.. เท่านี้ก็เอาอกเอาใจไปหมดแล้ว เหลือเพียงพิสูจน์กันเต็มๆหลัง 26 สิงหาคมนี้ (ญี่ปุ่น) โดยเนื้อเรื่องจากแบบอย่าง แม้ว่าจะยังแฝงไปด้วยกลิ่นหงอยเหงาๆแบบเคยชินไค แต่ก็มองมีความอบอุ่น รวมทั้งความสนุก มองอลเวง มากกว่าผลงานชิ้นก่อนด้วยเหมือนกัน อย่างนี้หากไม่บอกว่า น่าดู และชี้แนะว่า ไม่สมควรพลาด ก็ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรแล้วล่ะ!!   Homepage